ถาม : จากวันที่เด็ก ๆ ประถมเข้าเรียนรุ่นแรกที่นี่ จนถึงวันนี้ ผลที่เห็นจากการดำเนิน การตามหลักสูตรที่คุณครูได้ร่วมกันวางไว้ บรรลุผลหรือไม่อย่างไร
ตอบ :
ก่อนจะพูดถึงผล ก็ขอพูดถึงการเตรียมการของทีมงานครูประุถมก่อน ในช่วงเริ่มต้นนั้นมีครู รุ่นบุกเบิกก็จะมี ครูอู๊ด ครูติ๊ก ครูแตง และครูหนึ่ง พวกเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องของสภาพ รวมของความเป็นประเทศไทย เราคุยเจาะไปทีละประเด็นเลย ตั้งแต่เศรษฐกิจ สังคม หรือว่าการ ศึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสังคมที่เด็กหรือนักเรียนต้องพบเจอ เราทำงานด้านการศึกษาจึงต้องคำนึงถึงสิ่ง เหล่านี้ จากนั้นเราก็มองถึงเส้นทางการศึกษาในสภาพการณ์ัปัจจุบัน คือเวลานั้น ว่าสภาพเป็นอย่างไร แล้วคาดการณ์ว่าเมื่อเด็กโตขึ้นสภาพการศึกษาจะเป็นแบบไหน ซึ่ง ณ เวลานั้น เราก็มองกันว่าจาก ประสบการณ์ที่ผ่านมา การศึกษาของประเทศไทยเป็นลักษณะที่ไร้ราก คือเด็กได้รับความรู้ แต่เป็น ความรู้ที่ขาดในเรื่องทักษะชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียวแต่มันยังหมายรวมถึงกระ บวนการเรียนรู้ เด็กขาดในเรื่องของประสบการณ์การเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับอย่างเข้าใจและนำมาใช้ ในชีวิตประจำวัน ขาดในเรื่องของการมองอย่างมีเหตุมีผล และที่สำคัญเด็ก ๆ โดยทั่วไปแล้วเรียนหนัง สืออย่างไม่มีความสุข ไม่สนุก เมื่อปัญหาที่เราเห็นเป็นอย่างนี้เราจึงคิดว่าน่าจะจัดการเรียนรู้ที่มันสอด คล้องกับที่เราได้เห็น เมื่อเราคิดจะทำแบบนี้ ผู้บริหารโรงเรียนก็เป็นส่วนสำคัญมาก เพราะเขาให้โอ กาสเราในเรื่องกระบวนการคิด สนับสนุนและส่งเสริมเราในเรื่องที่เราต้องการจะอยากสืบค้นหรือค้น หา ทำให้เราได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการคิดและการทำ ดังนั้นในสิ่งที่เราคิดมันจึงไม่ใช่่คิดเพียง อย่างเดียว แต่มันได้ลงมือทำในสิ่งที่เราวางแผนไว้
      หลักสูตรที่เราทำไว้ทั้ง 18 ภาึคเรียนนั้น เราทำไว้อย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน มีการเชื่อมโยง กันในแต่ละสาระวิชา แล้วเรามีการปรับกันทุกปี โดยมีกระบวนการคือทุกปีหลังจากเราดำเนินการ ตามหลักสูตร เราจะมาคุยสรุปกันว่า สิ่งที่เราตั้งเป็นเป้าหมายไว้และดำเนินการไปนั้น บรรลุผลหรือ ไม่ ในส่วนที่ไม่สำเร็จ หรือไม่เป็นไปตามที่เราคิด เราก็นำมาปรับแก้ในปีถัดไป ตัวครูเองก็ไม่ได้ทำ แต่อะไรซ้ำ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่นำมีโอกาสได้นำมาคิด ได้เรียนรู้ที่จะนำปัญหาีที่เกิดขึ้นมาปรับแก้ แล้วมันก็ต่อยอดไปเรื่อย ๆ
      ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจมีการเปลี่ยนครู หรือครูคนเดิมลาิออก แต่หลักสูตรที่ทำไว้ตครอบคลุมเชื่อม โยงกัน และกระบวนการทำงานของเราไม่เปลี่ยน ครูที่เข้ามาใหม่ไม่ได้เข้ามาสอนอย่างเดียว ต้องเข้า มาศึกษาหลักสูตรนี้ แล้วทำความเข้าใจ ด้วยว่าหัวใจของมันคืออะไร และไม่ได้รู้แค่ชั้นที่ตัวเองสอน เท่านั้น ต้องรู้ืทั้งหมดเพื่อเชื่อมโยงกันให้ได้ และสิ่งหนึ่งที่ครูของเราต้องมีคือความเชื่อมัืื่นในศักยภาพ และความสามารถของเด็ก การดำเนินการตามหลักสูตรจึงจะบรรลุผล
      อีกส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้การดำเนินการตามหลักสูตรบรรลุผล ก็คือ ผู้ปกครอง เราได้รับการ สนับสนุน ความร่วมมือกับผู้ปกครองเป็นอย่างดี บ้านกับโรงเรียนไปด้วยกันได้อย่างสมดุล มีการพึ่ง พาอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งตัวนี้ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาไปในทางเดียวกัน


ถาม:สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเด็กจากการเรียนตามหลักสูตรที่ทีมคุณครู ไดู้ทำไว้
ตอบ : สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเด็กที่สำคัญที่สุดก็คือเด็กมีความสุข อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด เมื่อเด็กมีความ สุข เด็กก็มีความกระตือรือร้นและรักในการเรียนรู้โดยไม่ต้องเคี่ยวเข็น เด็กจะสนุกในการเรียนรู้ด้วย ตนเอง รักที่จะสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ด้วยตนเอง และสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากความสุขก็คือกระบวนการ ความคิดในการเรียน ในการทำงาน เด็กจะเรียนรู้ว่าทุกอย่างมีที่มา มีที่ไป มันมีเหตุ และมีผล และการ ทำงานเป็นทีมก็เป็นสิ่งที่้เห็นได้ว่าเด็ก ๆ มีความสามารถในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข ซึ่ง หาได้น้อยมาแม้กระทั่งในวงการของผู้ใหญ่ ซึ่งตรงนี้่จะเป็นทุน เป็นภูมิคุ้มกันของเด็ก ซึ่งนอกจาก ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองแล้วเขาจะมองคนอื่นอย่างเข้าใจและให้โอกาสเพื่อนหรือแม้กระทั่งเด็ก รุ่นน้องมากขึ้น


ถาม : สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากสิ่งที่เคยคิดว่าเด็กจะได้รับ
ตอบ : สิ่งที่เห็นได้ชัดก็เป็นเรื่องของกระบวนการคิด และอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือเด็กมีความภาค ภูมิใจในความสามารถของตนเอง และเด็กประถม 6 รุื่นนี้ นับว่าโชคดีมาก คือเขารู้ว่าตัวเองมีความ สามารถอะไร และจะส่งเสริมตัวเองอย่างไร จะพาตัวเองไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างไร คือได้รู้จักตัวเอง โชคดีที่พวกเขารู้จักตัวเองได้เร็ว และสิ่งนี้พอมาผนึกรวมกันกับกระบวนการคิด คือการวางแผน การ ดำเนินการว่าจะไปอย่างไร และเมื่อเกิดปัญหาแล้วเขาจะทำอย่างไร และอีกเรื่องหนึ่งคือการทำงาน เป็นทีม


ถาม : คิดว่าเด็กออกไปสู่สังคมใหญ่แล้ว จะต่างกับเด็กอื่น ๆ หรือไม่อย่างไร
ตอบ : เปรียบเทียบกับเด็กที่มาจากโรงเรียนที่อยู่ในบริบทของการศึกษาทั่ว ๆ ไปแล้ว เด็กของเรามี ความต่างแน่นอน ในเรื่องของกระบวนการคิด ก็คือในทีมครูประถมเราจะมีความชัดเจนในเรื่องของ การใช้ความรู้ คือถ้าเปรียบความรู้เป็นเนื้อปลา ครูที่นี่จะสอนให้เด็กหาปลา ไม่ได้สอนให้กินเนื้อปลา คือให้เด็กรักที่จะหาความรู้ด้วยตนเอง รักที่จะเรียนรู้ สนุกที่จะเรียนรู้ ภาคภูมิใจตัวเอง ซึ่งทำเด็กเหล่า นี้ไม่ว่าจะไปเรียนที่ไหน หรือทำอะไร เขาก็มีความสุขที่จะทำ นั้นคือความต่างที่เห็นได้ชัด คือเขาจะ อยู่ในสังคมได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน มองโลกอย่างเข้าใจ


ถาม : คุณครูหนึ่งคิดว่าเด็กควรได้อะไรจากการศึกษา
ตอบ : เป็นคำถามที่ตอบยากนะคะ เอาเป็นว่าได้เด็กควรได้รู้จักตัวเอง ซึ่งยากนะค่ะ เรื่องรู้จักตัวเอง แต่ถ้าเด็กรู้จัก ตัวเองแล้วนั่นน่าจะหมายถึงความสำเร็จ ของกระบวน การศึกษาได้ดีทีเดียวค่ะ


สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย : แผนกวิถีทัศน์ ฝ่ายพัฒนาวิทยาการ
โรงเรียนวรรณสว่างจิต "สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุุข"
45/285 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. 10150
โทร. 0-2415-1411, 0-2895-6944-6